/>ตามที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งสอบถามว่า หากลูกค้านำหุ้นมาวางไว้ในบัญชีมาร์จิ้น บริษัทหลักทรัพย์สามารถให้ลูกค้าถอนเงินได้เท่ากับจำนวน excess equity ที่มีอยู่ได้หรือไม่ และหากลูกค้าได้ใช้ excess equity
กับตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไม่ดำเนินการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (close out position / force close) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2549 จนทำให้ลูกค้าบางรายได้รับความเสียหายและอาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนได้
กล่าว รวมทั้งมีโอกาสที่จะนำหุ้นของ ธ. ดีบีเอส และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม ไปทำการแลกเปลี่ยนกับหุ้นของ ธ. ทหารไทย ได้ โดยไม่ถูก call margin หรือ force sale จึงให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถนำมูลค่าหุ้นของ ธ
ไปทำการแลกเปลี่ยนกับหุ้นของ บล. เอบีเอ็นฯ ได้ โดยไม่ถูก call margin หรือ force sale จึงให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถนำมูลค่าหุ้นของ บล. เอบีเอ็นฯ ที่คาดว่าจะได้รับจากการแลกเปลี่ยนหุ้นมาคำนวณเป็นมูลค่าหลัก
แรก (วางเป็นมาร์จิ้นเริ่มต้น) หรือกรณีมาวางเพิ่มเฉพาะคราวเมื่อไม่มี excess equity ได้ จากเดิมที่กำหนดให้วางได้เฉพาะเงินสดเท่านั้น 2.หลักทรัพย์ที่
มีผลทำให้มูลค่าของหุ้น KGI ที่เป็นประกันการให้กู้ยืมเงินในบัญชีมาร์จิ้นลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจมีผลทำให้ลูกค้าที่กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหุ้นดังกล่าวถูก call หรือ force sale ได้ ประกอบกับการดำเนินการเพื่อคืน
-Money Laundering และ Countering the Financing of Terrorism: “AML/CFT”) ของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) สำนักงานคณะ
) ให้บริษัทหลักทรัพย์คำนวณอำนาจซื้อ/ขายชอร์ตของลูกค้าแต่ละรายจากทรัพย์สินส่วนเกิน(excess equity) ซึ่งถ้าเป็นรายการซื้อหรือขายชอร์ตครั้งแรกในบัญชีมาร์จิ้น excess equity ของลูกค้าก็จะเท่ากับจำนวนเงินที่
;) ของคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ขอเรียนว่า เพื่อให้
มาตรการของสำนักงาน ปปง. ข้อแนะนำของ Financial Action Task Force on Money Laundering (FATF) และแนวทางที่กำหนดโดย International Organization of Securities Commission (IOSCO)