ปรับทางแพ่ง 235,036,775.00 บาท ก.ล.ต. มีคำสั่งห้ามนางสาวปรมาภรณ์เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 8
แพ่ง 7,126,800.00 บาท ก.ล.ต. มีคำสั่งห้ามนางนฤมลเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
กุมภาพันธ์ 2559 ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของ นางอุสุมา โดยอาศัยข้อมูลภายใน 31/10/2566 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง เป็นเงินจำนวน 333,333.33 บาท และให้จำเลยรวมกันใช้
กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2559 ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวธิติรัตน์ โดยอาศัยข้อมูลภายใน 31/10/2566 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง เป็นเงินจำนวน
ของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต โดยนำเงินของบริษัทไปลงทุนและชำระหนี้แทนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับตน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของ PPPC พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง แต่ยังไม่สามารถนำผู้ต้องหามา
เพื่อบุคคลอื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทอีสเทิร์นไวร์ฯ อีกทั้งบันทึกบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง หรือลงข้อความเท็จในบัญชีหรือเอกสาร พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ม
ทั่วไป เข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นตาม พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแต่ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ม.243(1)(2) ประกอบ 244 และปอ.83 กล่าว
ประจำงวดการบัญชี ประจำปี 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 (3) แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2555 (แบบ 56-1) และ (4) รายงานประจำปี 2555 (แบบ 56-2) จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง
ต้องนำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2553 ต่อสำนักงานและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องความผิดกรณีมิได้ดูแลจัดการให้
ตั้งป้ายโฆษณา พนักงานอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง คดียุติ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ม.307 308 311 312 315 กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน วันที่ 20/04/2560