สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) พบบุคคลที่กระทำการเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการขายหุ้น SQ โดยรู้หรือครอบครอง
พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี ภายในกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 27 มีนาคม 2567* และเพื่อไม่ให้ผู้ถือหุ้นกู้และตั๋วเงิน
ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรายงานผลการขายหุ้น IPO โดยมุ่งให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น (disclosure-based) เพื่อให้ทันเวลาและไม่เป็น
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดสภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) และมีผลต่อการจ่ายดอกเบี้ยและการชำระหนี้ตามหุ้นกู้ของ JKN ที่ยังคงค้างอยู่ทั้งหมด โดยศาลล้มละลายกลางได้กําหนดวันไต่สวนคํา
ต้นกระทำการที่เข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อหุ้นโดยอาศัยข้อมูลภายในที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้นที่ตนรู้หรือครอบครอง ซึ่งเป็นข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2562 ของ CHG ที่มีผลกำไรสุทธิเพิ่ม
ผู้ถือหุ้น เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในตลาดทุน ซึ่งรวมถึงการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เมื่อ
ยิ่งด้านการเข้าถึงตลาดทุนในวงกว้าง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหุ้น IPO ที่ครบถ้วน โปร่งใส และทัน
สถิติของหุ้น IPO ซึ่งประกอบด้วย (1) ข้อมูลสถิติหุ้น IPO เช่น วันซื้อขายวันแรก ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor : FA) ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriter : UW) และการเปรียบเทียบราคา IPO กับราคา
โดยขายหุ้น STARK ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวยสบวร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ก่อนที่ STARK จะเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และพบว่า เงินค่าซื้อขายหุ้นในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวย
พร้อมด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษาของ TIA ตลอดจนกรรมการชมรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น เพื่อหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของระบบ