2558 โดยนายสรัฐใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในดังกล่าวซื้อหุ้น TOG จำนวน 2,189,700 หุ้น ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวมาลิตา (ปัจจุบันเป็นภรรยา) ก่อนที่ TOG เปิดเผยงบการเงินทั้ง 2 งวด ต่อประชาชนผ่านระบบ
ขณะกระทำผิดเป็นกรรมการและผู้บริหารของ IFEC กรณีอาศัยข้อมูลภายในขายหุ้น IFEC โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด* อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา นายศุภนันท์ได้มีหนังสือ
อาศัยข้อมูลภายในขายหุ้น IFEC โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง และส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด*นายฐนวัฒน์ได้เข้ามารับทราบมาตรการลงโทษทางแพ่งแล้ว แต่ต่อมาไม่ยินยอมปฏิบัติมาตรการลงโทษทางแพ่งภายใน
ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ถือหุ้นของ IFEC จึงตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ในฐานะกรรมการและผู้บริหาร และนายฐนวัฒน์ จันทร์สุวรรณ ขณะกระทำผิดเป็นกรรมการและผู้บริหาร ได้เข้าร่วม
สูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งนางชไมพรใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในทั้งสองช่วงดังกล่าวซื้อหุ้น PERM จำนวนรวม 19,338,700 หุ้น ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุตรทั้ง 3 ราย ได้แก่ นางสาวณัฐพร นางสาวลลิลพร และนายเพิ่ม
ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 21 มีนาคม 2557 ถึง 3 มิถุนายน 2557 มีบุคคลรวม 24 ราย สร้างราคาหุ้น MILL จนทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากสภาพปกติ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติม พบการกระทำความผิดฐานสร้างราคาหุ้น MONO และ JAS โดยทั้ง 2 กรณีมีนายพิชญ์ เป็น
หุ้น AIRA ให้ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยทำให้ราคาปิดเพิ่มสูงขึ้นจากหุ้นละ 3.14 บาท เป็นราคา 3.44 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.55 และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 13.49 ล้านหุ้น เป็น 17.17
เนื่องด้วย ที่ผ่านมามีบริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (บริษัท IPO) หลายรายที่มีลักษณะเป็น holding company ซึ่งมีการประกอบธุรกิจที่หลากหลายประเภทธุรกิจ และในแต่ละธุรกิจประกอบไปด้วยบริษัทย่อย
พิชญ์ได้ร่วมกับนายเกริกไกรซื้อหุ้น JTS* (โดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเกริกไกร) ก่อนที่จะมีการเปิดเผยงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2559 ที่มีผลกำไร 21.39 ล้านบาท พลิกกลับจากที่มีผลขาดทุนมาตลอดตั้งแต่