การ mark to market ฐานะสัญญาของ ลูกคาสถาบันแตละราย ณ สิ้นวันที่สรางฐานะสัญญา ทั้งนี้ใหนับเฉพาะฐานะสัญญาที่ลูกคาสถาบันดังกลาวยังไมไดนําเงนิหรือทรัพยสินมาวาง เปนประกนัเริม่ตน (initial margin) ข
พอที่จะรองรับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการล้างฐานะสัญญาดังกล่าว (ทั้งกรณีลูกค้ารายย่อยและลูกค้าสถาบัน) 2. มูลหนี้ที่เกิดจากการสร้างฐานะสัญญาของลูกค้าสถาบัน หมายถึง ผลรวมของยอดขาดทุนสุทธิหลังการ mark to market
(ทั้งกรณี ลูกคา้รายยอ่ยและลูกคา้สถาบนั) 2. มูลหน้ีท่ีเกิดจากการสร้างฐานะสัญญาของลูกคา้สถาบนั หมายถึง ผลรวมของยอดขาดทุนสุทธิหลงัการ mark to market ฐานะสัญญา ของลูกคา้สถาบนัแต่ละราย ณ ส้ินวนัท่ีสร้างฐานะ
สร้างฐานะสัญญาของลูกค้าสถาบัน หมายถึง ผลรวมของยอดขาดทุนสุทธิหลังการ mark to market ฐานะสัญญาของลูกค้าสถาบันแต่ละราย ณ สิ้นวันที่สร้างฐานะสัญญา ทั้งนี้ให้นับเฉพาะฐานะสัญญาที่ลูกค้าสถาบันดังกล่าวยังไม่ได้นำ
สัญญาดังกล่าว (ทั้งกรณี ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าสถาบัน) 2. มูลหนี้ที่เกิดจากการสร้างฐานะสัญญาของลูกค้าสถาบัน หมายถึง ผลรวมของยอดขาดทุนสุทธิหลังการ mark to market ฐานะสัญญา ของลูกค้าสถาบันแต่ละราย ณ สิ้นวัน
ของลูกค้าสถาบัน หมายถึง ผลรวมของยอดขาดทุนสุทธิหลังการ mark to market ฐานะสัญญาของลูกค้าสถาบันแต่ละราย ณ สิ้นวันที่สร้างฐานะสัญญา ทั้งนี้ให้นับเฉพาะฐานะสัญญาที่ลูกค้าสถาบันดังกล่าวยังไม่ได้นำเงินหรือ
) เป็นต้น 1 ทั้งนี้ ในกรณีการติดต่อสนทนาผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (electronic messaging) เช่น email ผู้ประกอบธุรกิจอาจไม่ต้องใช้วิธีพิสูจน์ตัวตน แบบ multi-factor authentication ได้ โดยให้ใช้วิธีการเข้ารหัสข้อ
ถึงข้อมูลภายในของกองทุน ต้องถือหลัก “need to know” คือ อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลนั้นได้เฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อปฏิบัติงาน และบุคคลนั้นต้องไม่มีลักษณะงานหรือตำแหน่งงานที่อาจมีความขัดแย้ง ทางผล
สำหรับหน่วยงานที่อาจได้รับข้อมูลภายใน เพื่อจำกัดขอบเขตการใช้ข้อมูลภายในเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติงาน (หลัก “need to know”) โดยกำหนดให้ข้อมูลที่ล่วงรู้มาจากการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการติดต่อ การให้
และการจ ากดัการใชข้อ้มูลภายใน (1) ก าหนดระเบียบปฏิบติัส าหรับหน่วยงานท่ีอาจไดรั้บขอ้มูลภายใน เพื่อจ ากดั ขอบเขตการใชข้อ้มูลภายในเฉพาะเท่าท่ีจ าเป็นแก่การปฏิบติังาน (หลกั “need to know”) โดยก าหนดให้ ขอ้