อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 265 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ดัง
นิติบุคคลเฉพาะกิจจะดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์หลายโครงการในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคสอง [1] ในกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจดำเนินการโดยการก่อตั้งทรัสต์
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 8 พ้นจากตำแหน่งเมื่อ [3] (1) ตาย
กรรมการ ก.ล.ต. ผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา ให้แจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องนั้น [3] แนวทางการพิจารณาส่วนได้เสียตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะ
ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มอบหมายได้ [3] ให้นำความในมาตรา 12 มาใช้บังคับกับการ
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา 16/1 พ้นจากตำแหน่งเมื่อ [3] (1) ตาย (2) ลาออก (3) มีอายุครบเจ็ด
ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมอบหมายได้ ให้นำความในมาตรา 12 มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะ
เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (1) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สำนักงาน (1/1) มีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับ
ภายในสองปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบธุรกิจหรือทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดำรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามมาตรา 16/2 วรรคหนึ่ง มิได้ [3]